ดอกไม้ชนิดเป็นเถา 

รสสุคนธ์

เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดกลาง ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวเรียงสลับกัน มีสัณฐานรูปรี ขอบใบจักสีเขียวเข้ม ผิวสาก ออกดอกเป็นช่อ ยาว 4-15 เซนติเมตร ตามปลายกิ่งและง่ามใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกสีขาวมี 5 กลีบ กลีบเลี้ยงติดทน แต่กลีบดอกร่วงง่าย เกสรตัวผู้มีมาก เมล็ดมีเนื้อหุ้ม ออกดอกตลอดปี รสสุคนธ์ขึ้นทั่วไปในป่าละเมาะ และป่าผลัดใบ นิยมปลูกประดับตามซุ้ม

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง


เล็บมือนาง

ป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ มีสัณฐานรีหรือรีแกมขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 3-9 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร โดยใบกลมปลายใบเรียวแหลม ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ห้อยระย้า บริเวณยอดและง่ามใบ สีดอกแรกบานสีขาว จากนั้นเป็นสีชมพูและแดงเข้ม มีกลิ่นหอม ช่อดอกยาว 2-20 เซนติเมตร โดยดอกมีใบประดับ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง เขียนติดกันเป็นหลอดเล็กและยาวประมาณ 8 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก กลีบดอกมี 5 กลีบ ออกดอกตลอดปีพบขึ้นตามชายป่า นิยมปลูกเป็นไม้ประดับให้เลื้อยเป็นซุ้ม

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด การตอน หรือทับกิ่ง


สร้อยฟ้า

เป็นไม้เถาเลื้อย ใบมี 3 แฉก ขอบเรียบ โคนใบเป็นรูปหัวใจ ดอกโตประมาณ 10 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม กลีบรองดอกขาว ด้านหลังเขียว ขอบกลีบม้วนเข้า  กลีบดอกสีขาวประสีชมพูอ่อน ด้านนอกสีขาวอมเขียว ระยางสีม่วงสีฟ้าและสีขาวที่ปลาย ออกดอกตลอดปี

ขยายพันธุ์ด้วยการตอน


สร้อยมาลี

ป็นไม้เถา ลำต้นกลม ภายในมีน้ำยางใส ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบมีเนื้อหนา กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายตามง่ามใบ ยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ดอกสีขาวเล็ก มีกลิ่นหอม ดอกจะบานพร้อมกัน ดอกจะออกประมาณเดือนธันวาคม ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ตามป่าเบญจพรรณ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง


สร้อยอินทนิล

เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ มีสัณฐานเป็นรูปไข่ หรือรูปหัวใจ ใบกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าเป็น 5-7 แฉก ผิวใบสาก ก้านใบยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อห้อยเป็นสายยาวได้ถึง 1 เมตร ดอกสีฟ้าอ่อนถึงฟ้าเข้ม เมื่อดอกบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 7 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี 4-5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นท่อสั้น ๆ มีเกสรตัวผู้ 2 คู่ ออกดอกตลอดปี ชอบขึ้นตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามซุ้ม


สายน้ำผึ้ง

เป็นไม้เถา ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน มีสัณฐานรูปขอบขนาน แกมรูปไข่ หรือรูปหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบสั้น

ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอม ที่โคนช่อมีใบประดับ กลีบดอกตอนโคนติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบ กลีบบนมี 4 หยัก กลีบล่างมีหนึ่งกลีบ ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ยาวกว่ากลีบดอก ผลกลมสีดำ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง

แส

เป็นไม้เถาเล็ก ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวเรียงสลับกัน มีสัณฐานรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย

ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกสีน้ำเงินอมม่วง ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี นิยมปลูกเป็นไม้ประดับริมรั้ว หรือใส่กระถางห้อย

ขยายพันธุ์ด้วยการชำกิ่ง


หิรัญญิการ์

ป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มีน้ำยางสีขาวตามกิ่งอ่อน ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน มีสัณฐานเป็นรูปไข่ กลีบรี หรือรีแกมขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบด้านบนเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือตามง่ามใบ ดอกสีขาวมี กลิ่นหอม กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนดอกเชื่อมกันเป็นท่อรูปกรวย ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เกสรตัวผู้มี 5 อัน เกสรตัวเมียมี 2 ช่อง แยกจากกัน ผลเป็นฝักคู่ ยาวประมาณ 12-25 เซนติเมตร นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง


อัญชัน

เป็นไม้เถา ลำต้นมีขนนุ่ม ใบเป็นช่อยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีใบย่อยรูปไข่ 5-7 ใบ ดอกสีน้ำเงิน เป็นดอกเดียว รูปทรงคล้ายฝาหอย ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร กลีบคลุมรูปกลมปลายเว้าเป็นแอ่ง บริเวณส่วนกลางมีสีเหลือง ออกดอกตลอดปี นิยมปลูกให้เลื้อยตามรั้ว

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด